ความจำเป็นของขนนก ปีก และอารมณ์ขัน
สคริปต์โชว์ของดาราทอล์กโชว์ ชาว Zatzka คนหนึ่ง

ความจำเป็นของขนนก ปีก และอารมณ์ขัน

หนึ่งหน้าของบททอล์กโชว์ นักแสดงน่าจะลืมเอาไปหลังจบการแสดง

"เรื่องตลก: ขนนก"
อะแฮ่ม พูดถึงขนนกแล้ว มันคือเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของชาว Zatzka อย่างพวกเราเลยนะ
(กางแขนออกเพื่อแสดงให้ดู)
เช้าในแต่ละวัน ฉันจะใช้แปรงขนนุ่ม สางตามลายของขนนกอย่างละเอียด จากนั้นก็ทาเซรั่มบำรุงขนสูตรลับของ Xianzhou แล้วปิดท้ายด้วยการยืดเส้นอีก 20 นาที แบบนี้ถึงจะทำให้ขนนกทั้งฟูและเงางามได้
(ทำท่าทางจริงจัง)
ดูเข้าท่าดีใช่ไหมล่ะ? เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนฉันไปร้านเสื้อผ้า พอเดินออกมาจากห้องลองเสื้อหลังเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็โดนลูกค้าคนอื่นรุมทันทีเลย พวกเขาดึงตัวฉันไว้ แล้วถามพนักงานว่า: "โค้ทตัวนี้เหลืออีกกี่ตัว? ขอเหมาหมดเลย!"
(หันไปหาผู้ชมคนหนึ่ง)
ใช่ สายตาที่โหยหาแบบนี้แหละ อย่าอิจฉาไปเลยเพื่อน ฉันไม่ถอนออกมาทำเสื้อแพดดิ้งให้หรอกนะ!
(รอเสียงหัวเราะ)
เอาเข้าจริง สำหรับพวกเราแล้ว ประโยชน์ของขนพวกนี้ มันเหนือกว่าความสวยงามไปไกลมากเลยล่ะ แต่ก็นั่นแหละ... นั่นมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

"เรื่องตลก: ปีก"
มีใครเคยดู "งานประลองยุทธ์ชาว Zatzka" บ้างมั้ย? แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่านี่คือมหกรรมรวมตัวของชาว Zatzka เพื่อเฟ้นหาผู้ที่แกร่งที่สุด ในฐานะรายการวาไรตี้กีฬา เรตติ้งดีพุ่งกระฉูดทุกปีเลยล่ะ
(ทำท่าทางประกอบให้ผู้ชมดูสองสามที)
ในกรงแปดเหลี่ยม นกยักษ์สุดโหดสองตัวกำลังฟัดกันนัว ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมล้มลงไปง่ายๆ ขนที่แข็งแกร่งช่วยป้องกันกรงเล็บของกันและกันได้ ทำให้การปะทะครั้งนี้กลายเป็นเกมวัดใจ วัดความอึด และทักษะการสู้บนพื้นแทน
แล้วผู้ชมที่ดูการแข่งขันเป็นครั้งแรก ก็มักจะถามว่า "ทำไมพวกเขาไม่บินขึ้นไปโจมตีจากด้านบนล่ะ?"
(ทำท่าทางจนใจ)
เอาเข้าจริงนะ เมื่อนานมาแล้ว บรรพบุรุษของ Zatzka เคยบินโฉบเฉี่ยวบนท้องฟ้าได้จริงๆ แต่แค่ปีกน่ะ มันไม่พอที่จะพาพวกเขา บินทะลุออกไปถึงห้วงอวกาศได้หรอก
พอพวกเราขึ้นยานอวกาศออกไปโอบกอดกาแล็กซี ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการวิวัฒนาการเล็กๆ น้อยๆ ก็เริ่มเผยออกมา...
เพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับแรงโน้มถ่วงของดวงดาวที่แตกต่างกัน เราได้พัฒนากล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรงขึ้นมา เพื่อให้ใช้งานเครื่องมือ และพัฒนาอุ้งเท้าหน้าไว้สำหรับยึดจับ และในที่สุด พวกเราก็กลายเป็นยอดนักสู้ที่ได้รับความเมตตาจากผืนดิน
(ตบหน้าอก)
เพราะถึงจะตั้งเป้าไว้ที่ดวงดาวและห้วงจักรวาลอันไกลโพ้น แต่การยืนหยัดบนพื้นดินให้มั่นคง ก็สำคัญยิ่งกว่าการลอยเคว้งอยู่บนฟ้าตั้งเยอะ

"เรื่องตลก: อารมณ์ขัน"
(ทำหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย)
งั้นคำถามมีอยู่ว่า เมื่อเผ่าพันธุ์หนึ่งโชคดีได้สืบทอดสัญลักษณ์การโบยบิน แต่กลับถูกล็อกประตูสู่ท้องฟ้าเอาไว้... พวกเขาจะกลายเป็นอะไร?
คำตอบก็คือ ใช้ขาเดินไปทำงานไงล่ะ
(รอเสียงหัวเราะ)
ส่วนคำตอบที่ลึกซึ้งกว่านั้นก็คือ พวกเขาต้องพัฒนาสิ่งอื่นขึ้นมา เพื่อยอมรับชะตากรรมที่สองเท้าต้องติดพื้นดินนี้
บางคนยังคงยึดมั่นในประเพณีเดิม มุ่งมั่นจะเป็นนักสู้ที่แกร่งที่สุด ในขณะที่บางคนเลือกจะกระโจนเข้าสู่กระแสใหม่ คอยดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้องมาที่หน้าจอ
ส่วนทางออกที่ฉันค้นพบ ก็คือทอล์กโชว์
(ผ่อนคลายท่าทาง)
เอาเข้าจริงนะ อารมณ์ขันก็เป็นวิธีหนึ่ง ที่เราจะประนีประนอมกับแรงดึงดูดได้ล่ะ
การที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ แล้วหยิบเอาความเป็นจริงอันหนักอึ้งที่เราบินไม่ได้ขึ้นมาล้อเล่น มันกลับทำให้ฉันรู้สึกตัวเบาหวิวขึ้นมาเลยล่ะ

ด้านล่างของสคริปต์ มีหมายเหตุเขียนไว้หนึ่งบรรทัด: อ่านส่วนผสมในเซรั่มบำรุงขนสูตรลับของ Xianzhou แล้วน่าขำกว่านี้อีก ขอแนะนำให้พิจารณาเรื่องเปลี่ยนสายงานจะดีกว่า