สาวน้อยเวทมนตร์ Cocolia
นิยายแฟนฟิกชันจากงานรางดาวเฟสติวัล ที่เล่าเรื่องราวของ Cocolia ผู้แปลงร่างเป็นยักษ์น้ำแข็ง เพื่อต่อต้านสิ่งผิดปกติ

สาวน้อยเวทมนตร์ Cocolia

"นิยายแฟนฟิกชันจากงานรางดาวเฟสติวัล ที่เล่าเรื่องราวของ Cocolia ผู้แปลงร่างเป็นยักษ์น้ำแข็งเพื่อต่อต้านสิ่งผิดปกติ"

...

เริ่มจากรอยร้าวเล็กๆ เพียงจุดเดียว ก่อนที่เสียง "แคร็ก" ของหินที่แตกจะตามมา รอยแตกลุกลามไปทั่วพื้นผิวของไม้คทาผู้พิทักษ์อย่างรวดเร็ว Cocolia รีบยื่นมือไป หมายจะหยุดการพังทลายของไม้คทาในมือ แต่กลับคว้าได้เพียงเศษซากกรวดหินสองกำมือเท่านั้น

"ถ้าไม่มีไม้คทา แกก็ไร้ค่า! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."

ต้นตอของเสียงหัวเราะเย้ยหยัน คือสัตว์อสูรกลืนแสงระดับภัยพิบัติขั้น "หายนะ" ที่กำลังบ้าคลั่งสะใจเพราะแผนการสัมฤทธิ์ผล การโจมตีเต็มกำลังเมื่อครู่นี้ของมัน ไม่ได้มีเป้าหมายเป็นตัวของ Cocolia แต่เป็นอุปกรณ์แปลงร่างที่สะสมพลังแห่ง "อนุรักษ์" ไว้

เศษคทาผู้พิทักษ์หล่นลงมาตามนิ้วมือของ Cocolia มันสูญเสียประกายแสง จนดูไม่ต่างอะไรกับเศษหินธรรมดา ความสิ้นหวังอันเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจเข้าเกาะกุมหัวใจของ Cocolia มันรุนแรงและอันตรายยิ่งกว่าไอเย็นที่สัตว์อสูรกลืนแสงแผ่ออกมาเสียอีก ทำเอาเธอสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม

"มองสิ! มองตัวเองที่น่าสมเพชนี่สิ!" ร่างของสัตว์อสูรกลืนแสงสั่นเทาเพราะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เงามืดรอบตัวพลุ่งพล่านตามไปด้วย "ถ้าไม่มีอุปกรณ์แปลงร่างน่าตลกนั่นแล้ว ตัวแกจะต่างอะไรกับมดปลวกบนพื้นที่จะเหยียบขยี้เมื่อไหร่ก็ได้? 'อนุรักษ์' ที่แกพูดถึงนั่น มันก็แค่แสงสว่างที่ยืมมาเท่านั้น!"

Cocolia กำมือโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ ไม้กายสิทธิ์ผู้พิทักษ์คือสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นของเธอมาโดยตลอด และยังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียว ที่เธอใช้เพื่อแปลงร่างเป็นยักษ์น้ำแข็ง หากปราศจากมันแล้ว เธอก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจริงๆ แล้วจะเอาอะไรไปต่อกรกับสิ่งผิดปกติบ้าคลั่งตัวนี้ได้? สิ่งที่สัตว์อสูรกลืนแสงพูดนั้นถูกต้องแล้ว เธอพึ่งไม้คทามานานเกินไป... จนเกือบลืมไปแล้วว่า...

...ลืมอะไร?

ในคราที่ได้จับไม้คทาเป็นครั้งแรก สิ่งที่ฝ่ามือสัมผัสได้ไม่ใช่พลังยิ่งใหญ่ แต่คือความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง

ในทุกครั้งที่แปลงร่าง พลังนั้นไม่ใช่สิ่งที่ภายนอกมอบมาให้ แต่เป็นความปรารถนาอันแรงกล้าที่ถูกปลุกขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ ความปรารถนาที่จะปกป้องบางสิ่ง

หนวดเงาของสัตว์อสูรกลืนแสงตวัดฟาดเข้ามาดั่งอสรพิษยักษ์ พร้อมกับกลิ่นอายแห่งความตายที่ถาโถม Cocolia กระโดดถอยหนีตามสัญชาตญาณอย่างทุลักทุเล แตกต่างจากความสง่างามและสงบนิ่งในอดีตราวกับคนละคน เศษหินกระเด็นมาบาดแก้มของเธอ สัตว์อสูรกลืนแสงยิ่งจู่โจมอย่างย่ามใจ ราวกับกำลังสนุกที่ได้ไล่ล่าเหยื่อไร้ทางสู้

"แสงที่ยืมมางั้นเหรอ?" Cocolia หอบหายใจหนักพลางพึมพำคำนั้นซ้ำไปมา เธอเหลียวมองรอบกาย เมืองทั้งเมืองตกพังพินาศจากการอาละวาดของสัตว์อสูรกลืนแสง ผู้คนตื่นตระหนกวิ่งหนีท่ามกลางซากปรักหักพัง ทั้งแสงไฟเหล่านั้น และชีวิตเหล่านั้น คือสิ่งที่เธอสาบานว่าจะปกป้องตอนที่มาถึง Planarcadia

ไม้คทาแตกแล้ว แต่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้

หัวใจที่เธอปรารถนาจะปกป้อง ไม่ได้แตกสลายไปพร้อมกับมัน

"แกพูดถูก! ไม้คทาเป็นแค่ภาชนะ และตอนนี้ ฉันจะรับ 'แสงสว่าง' นั้นไว้ด้วยตัวเอง" Cocolia เงยหน้าขึ้น ด้วยแววตาที่ไม่สั่นคลอนอีกต่อไป "ชาวเมืองทวิมิติทุกคน ฉันคือผู้พิทักษ์สูงสุด Cocolia! ขอให้ฉันได้หยิบยืมพลังปรารถนาของคุณด้วยเถอะ!"

ประกายแสงเล็กๆ นับไม่ถ้วนเริ่มลอยขึ้นจากซากเศษอิฐเศษปูน มันส่องทะลุความมืดมิดและพุ่งตรงไปยังใจกลางของการต่อสู้ ประกายแสงรูปดาวสีฟ้าเยือกแข็งระเบิดออกมาจากภายในกายของ Cocolia มันไม่ใช่เกราะที่หุ้มตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเนื้อหนังและเลือดของเธอ

ท่ามกลางสายลมหนาวอันบาดลึก ยักษ์น้ำแข็งยืนตระหง่านอยู่บนพื้นดิน

...